เมืองเก่าคัปปาโดเชีย จังหวัดเนฟเชียร์ ประเทศตุรกี

เมืองเก่าคัปปาโดเชีย ใจกลาง เมืองเก่าของ Cappadocia หรือย่าน Goreme ไม่เพียงแต่เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ใน จังหวัด Nevsehir เท่านั้น แต่ Goreme ยังกลายเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวในฐานะศูนย์รวมที่พักร้านค้า ในคัปปาโดเกีย นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ได้จากที่นี่ ได้ในรัศมีไม่เกิน 2 กิโลเมตร และที่สำคัญเป็นจุดปล่อยบอลลูนที่นักท่องเที่ยวสามารถชมบอลลูนยักษ์สีสันสดใสได้อย่างใกล้ชิด

 

ประวัติ เมืองเก่าคัปปาโดเชีย

 

เมืองเก่าคัปปาโดเชีย เป็นดินแดนแห่งความมหัศจรรย์และสวยงาม ราวกับเป็นภูมิประเทศอีกโลกหนึ่งด้วยภูมิประเทศที่มีรูปทรงแปลกตาแต่งดงาม มีเนินและโขดหินสูง เต็มไปด้วยทัศนียภาพที่สวยงามที่นักท่องเที่ยวสามารถพบเห็นได้ที่นี่เท่านั้น คัปปาโดเกียเป็นภูมิภาคบน ที่ราบสูงอนาโตเลีย ตอนกลาง (อนาโตเลียตอนกลาง) ซึ่งรวมถึง จังหวัดไกเซรี เคียร์เซฮีร์ อักซาราย นิกเด และเนฟเซฮีร์ คัปปาโดเกียอยู่ระหว่างทะเลดำ ) และเทือกเขาโตรอสซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหมในอดีตที่เคยรุ่งเรือง รอบๆ คัปปาโดเกียเต็มไปด้วยหุบเขาหิน เนินเขา กรวยหิน และเสารูปร่างประหลาดต่างๆ และเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ทางศาสนาที่น่าสนใจ

ภูมิทัศน์ที่แปลกตาของคัปปาโดเกียที่เราเห็นในปัจจุบันเป็นผลมาจากเหตุการณ์เมื่อ 3 ถึง 9 ล้านปีก่อน เมื่อภูเขาไฟสองลูก Erciyes และ Harsan ปะทุขึ้น จากนั้นลาวาภูเขาไฟไหลเป็นบริเวณกว้าง เมื่อเวลาหลายล้านปีบวกกับการทำงานของธรรมชาติทับถมกัน ทั้งจากการกัดเซาะของพายุ ลม ฝน หิมะ และกาลเวลา ซึ่งทำให้คัปปาโดเกียเป็นดินแดนที่มีภูมิประเทศแปลกตา มหัศจรรย์และเหลือเชื่อราวกับเป็นดินแดนที่ไม่มีอยู่ในโลกมนุษย์ คัปปาโดเกีย ซึ่งเคยรู้จักกันในนามดินแดนแห่งเทพนิยายหรือดินแดนแห่งปล่องไฟนางฟ้า (Fairy Chimney) ยังได้ชื่อว่าเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกอีกด้วย เว็บไซต์โดย องค์การยูเนสโก (UNESCO) ประเทศตุรกี

นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจต่างๆ ที่มีอยู่รอบๆ คัปปาโดเกีย เช่น เมืองใต้ดิน หุบเขาเดฟเรนต์ ปล่องไฟนางฟ้าแห่งพาซาแบค อวาโนส พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม ปราสาทอุชิซาร์ หุบเขานกพิราบ ฯลฯ พื้นที่เมืองเก่าของ Cappadocia หรือพื้นที่ตอนกลางของ Goreme ก็น่าสนใจเช่นกัน ที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นชมบรรยากาศร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และตลาดสดเล็กๆ ได้ ที่นี่ยังเป็นพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถซื้อทัวร์และต่อแท็กซี่ไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ สะดวก

 

การเดินทางจาก Istanbul ไปยัง Neveshir

 

– เครื่องบิน (เครื่องบิน) จากอิสตันบูลถึง Nevsehir ประมาณ 750 กิโลเมตร การเดินทางโดยรถยนต์ใช้เวลาประมาณ 8-10 ชั่วโมง หากนักท่องเที่ยวไม่ได้วางแผนที่จะเช่ารถเพื่อเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ระหว่างทางการเดินทางด้วยเครื่องบินซึ่งใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง 10 นาที เป็นทางเลือกที่สะดวกและประหยัดเวลา จากอิสตันบูล มีเที่ยวบินตรงจากสนามบินนานาชาติอิสตันบูลและ สนามบินนานาชาติ Sabiha Gokcen ไปยังสนามบิน Neveshir Kapadokya ในจังหวัด Nevshire 4 ถึง 6 เที่ยวต่อวัน ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบตารางการบิน บิน ราคา และค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

– รถบัส (Bus) หากนักท่องเที่ยวไม่มีเวลาจำกัดและต้องการประหยัดค่าเดินทาง ราคาตั๋วรถบัส สาย Istanbul – Newshire เริ่มต้นที่ 120 ลีราตุรกี หรือประมาณ 640 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมงนั่นเอง มีรถประจำทางเพียงไม่กี่สายเท่านั้น บริษัทที่ให้บริการเดินรถคือ ONCU นักท่องเที่ยวสามารถเช็คตารางเดินรถราคา

– บริการรถเช่าสำหรับนักท่องเที่ยวที่วางแผนท่องเที่ยวทั่วตุรกีด้วยการเช่ารถและขับเอง มีบริษัทให้เช่ารถหลายแห่ง เช่น Avis, Budget, Enterprise, Europcar, Hertz และ Sixt

 

“คัปปาโดเกีย” พิภพมหัศจรรย์

 

จากนั้นกระแสน้ำ ลม ฝน แสงแดด และหิมะก็รวมกันกัดเซาะดินภูเขาไฟอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายแสนหลายล้านปี จนกลายเป็นภูมิประเทศที่แปลกพิสดารและอัศจรรย์ใจ เต็มไปด้วยหินรูปทรงแท่ง กรวย (คว่ำ) ปล่องไฟ กระโจม โดม และรูปแบบอื่นๆ ทุกชนิด ดูเหมือนดินแดนในเทพนิยายจนคนรอบข้างตั้งชื่อให้ว่า ในปี 1985 องค์การยูเนสโก (UNESCO)  ได้ประกาศให้พื้นที่มหัศจรรย์แห่งนี้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี

คัปปาโดเกียมีพื้นที่กว่าพันตารางกิโลเมตร ครอบคลุมหลายจังหวัดเช่น Nigde, Kirsehir แต่จังหวัดที่โดดเด่นและเป็นที่นิยมที่สุดในการเยี่ยมชมคือ Nevsehir เพราะมี ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งเกอเรเม เป็นศูนย์กลางและหัวใจ

 

เข้าโบสถ์ถ้ำ ดำเมืองใต้ดิน

 

เมืองเก่าคัปปาโดเชีย ก่อนที่ศาสนาคริสต์จะแพร่หลายไปยัง Cappadocia ชาวภูมิภาคนี้บูชาเทพเจ้ากรีก-โรมัน เมื่อประมาณกลางคริสต์ศตวรรษที่ 1 “นักบุญเปาโล” ได้เดินทางไปเผยแพร่ศาสนาคริสต์ที่เมืองคัปปาโดเกีย แต่ดูเหมือนว่าผู้ปกครองโรมันในสมัยนั้นไม่ยอมรับสิ่งนี้ ทำให้ชาวคริสต์ในคัปปาโดเกียต้องหลบซ่อนตัวจากการก่อกวนของชาวโรมันโดยการขุดถ้ำ ขุดดินให้เป็นอุโมงค์ ทางเดิน และสร้างเมืองใต้ดิน สิ่งสำคัญคือพวกเขาขุดพื้นที่เกอเรเมเพื่อสร้างโบสถ์ถ้ำหลายแห่ง

แม้ในวันที่ 5-6 ศตวรรษ ชาวโรมันรับเอาศาสนาคริสต์ โบสถ์ถ้ำใน Goreme ได้รับการแก้ไข โบสถ์หลายแห่งมีจิตรกรรมฝาผนังที่บรรยายถึงนักบุญและเรื่องราวต่างๆ โดยเฉพาะในศตวรรษที่ 9 ซึ่งถือเป็นยุคทองของศาสนาคริสต์ โบสถ์ถ้ำหลายแห่งได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามด้วยจิตรกรรมฝาผนัง นับเป็นมรดกที่สำคัญของมนุษย์ ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็น ” พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม ” ที่ทรงคุณค่าที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

สำหรับโบสถ์ถ้ำในเกอเรมีนั้นว่ากันว่ามีทั้งหมด 365 หลัง (สร้างตามจำนวนวันในหนึ่งปี) แต่ปัจจุบันเปิดให้เข้าชมเพียงบางหลังเท่านั้น มีโบสถ์ที่โดดเด่นให้เยี่ยมชม เช่น โบสถ์มังกรที่มีรูปม้าสองตัวต่อสู้กับมังกร โบสถ์คาริกลีที่มีภาพวาดสีสันสดใสเกี่ยวกับประวัติของพระเยซู โบสถ์แอปเปิ้ล ภายในจัดแสดงพระเยซูและพระแม่มารี

ส่วนโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุด โดดเด่นที่สุด และสวยงามที่สุด ก็เห็นจะเป็น ” โบสถ์ซาปอนกา ” (Zaponka Church: ในศตวรรษที่ 10) ที่ภายในยังคงสมบูรณ์และดูสวยงามด้วยเรื่องราวของศาสนาคริสต์ ภาพรวมของพระเยซูผู้ถูกตรึงกางเขน ภาพพระกระยาหารมื้อสุดท้าย และภาพอื่นๆ อีกมากมาย

นอกจากโบสถ์ถ้ำในเกอเรเมแล้ว อีกจุดที่เราสามารถเห็นภูมิปัญญาของคนโบราณแห่งคัปปาโดเกียได้อย่างชัดเจนคือ ” เมืองใต้ดินแห่งเคย์มัคลี ” ซึ่งถือกำเนิดขึ้นจากการขุดดินที่ไม่ธรรมดา เพราะไม่ได้ขุดแค่เมืองบาดาล 1-2 ชั้น แต่ลึก 6-7 ชั้น ลึกถึง 10 ชั้น โดยชั้นที่ลึกที่สุดลึกถึง 85 เมตร

เมืองใต้ดินแห่งนี้มีทุกอย่าง ทั้งห้องโถง(บางห้องโถงจุคนได้หลายพันคน) ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องเก็บอาหาร ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ ทางออกฉุกเฉิน ฯลฯ สาเหตุที่แท้จริงของเมืองบาดาลในปัจจุบันยังหาข้อสรุปไม่ได้ แต่คนส่วนใหญ่ยอมรับว่าที่นี่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่กำบังจากศัตรู (โดยเฉพาะทหารโรมัน) ซึ่งเคยรุกรานคัปปาโดเกียอย่างหนัก

แม้จะเป็นเมืองใหญ่แต่ก็ขุดลึกลงไปใต้ดินหลายชั้น แต่อากาศถ่ายเทสะดวก (น่าจะเพราะการก่อสร้างที่ดี) เย็นสบาย เพราะเป็นหินภูเขาไฟอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีในฤดูร้อนประมาณ 17-18 องศาเซลเซียส อากาศหนาวเย็น ฤดูหนาวอันอบอุ่น เวลาไปสำรวจเมืองใต้ดินนี้ รู้สึกเหมือนเดินอยู่ในห้องแอร์

 

บทความแนะนำ